You are on page 1of 3



⌫
(Centrifugal Pumps in Liquid Recirculation Refrigeration System)

โดย คุณคงศักดิ์ ชินนาบุญ


บมจ.พัฒนกล
ระบบทําความเย็นแบบ Liquid Recirculation ซึ่งนิยม Low-Pressure Receiver หรื อ เรี ย กอี ก ชื่ อหนึ่ งว า
ใช ใ นระบบทํา ความเย็ น ขนาดใหญ มี ป ระสิ ท ธิ ภาพและ Accumulator ทํ า หน า ที่ บรรจุ สารทํ า ความเย็ น เหลวอิ่ มตั ว
ความซับซอนมากกวาแบบ Direct Expansion อุปกรณพนื้ ฐาน การใชป มเพื่อใหสารทําความเย็นเหลวอิ่มตัวเคลื่อนที่จาก Low-
ในระบบทําความเย็นแบบ Liquid Recirculation (หรือเรียก Pressure Receiver ไปยั งอี ว าโปเรเตอร เ ป น งานที่ ยุ งยาก
อีกชื่อหนึ่งวาแบบ Liquid Overfeed) ดังแสดงใน รูปที่ 1 คําวา พอสมควรแม ว า ขนาดของ Low-Pressure Receiver และป ม
“Overfeed” หมายความวา น้าํ ยาเหลว (Liquid) จะถูก Feed จะถูกเลือกขนาดเอาไวไดอยางถู กตองแลวก็ตาม แต การทํางาน
เข าอี วาโปเรเตอร เป นปริ มาณมาก มากเกิ นกว า ปริ มาณที่ ระหว า งสองสิ่ งนี้ อ าจจะมี ป ญหาได ถ า มี การติ ด ตั้ งไม ถู ก ต อ ง
Liquid จะระเหยกลายเปนไอ ดังนั้น อีวาโปเรเตอรแบบ Liquid การมี ความรู พื้ นฐานเกี่ ยวกั บการออกแบบและการทํางานจะมี
Overfeed จะมีพื้นที่ผิวภายในคอลยเปยกตลอด ทําใหมีการ ประโยชนชวยใหการปฏิบัตงิ านราบรืน่ เปนที่นา พอใจ
ถายเทความรอนดีที่สุด
ระบบ Overfeed ยั งทําให มั่ น ใจได ด ว ยว า ไอสาร Overfeed และ Recirculation Rates
ทํา ความเย็ น ที่ ออกจากคอล ย จะเป น ไออิ่ มตั ว (ไม เ ป น Overfeed Rate คื อ อั ตราส วนของอั ต ราการไหลโดย
Superheated) ทํา ให มี อุ ณหภู มิ ก อ นเข า คอมเพรสเซอร มวลของ Liquid ที่ ออกจากอีวาโปเรเตอร ต ออัตราการไหลโดย
ต่ํากว าแบบ Direct Expansion บทความนี้ จะเนนไปที่ การ มวลของไอ (Vapor) ที่ออกจากอีวาโปเรเตอร Recirculation Rate
ติ ดตั้ งและการทํางานของป มเซนตริฟู กอลในระบบทําความ (โปรดอยาสับสนกับ Overfeed Rate) คือ อัตราสวนของอัตรา
เย็นแบบ Liquid Recirculation การไหลโดยมวลของ Liquid ที่เขาอีวาโปเรเตอรตออัตราการไหล
ข อดี ของระบบ Liquid Recirculation เมื่ อเปรี ยบ โดยมวลของไอที่ออกจากอีวาโปเรเตอร
เทียบกับระบบ Direct Expansion จะกลาวสรุปอยูในกรอบหัว
ขอเรื่อง “ขอดีของระบบ Overfeed”

รูปที่ 1: Basic elements of an overfeed system.


6 วารสารสมาคมเครื่ องทํ า ความเย็ นไทย
Keep Kool ฉบับที่ 12 เดือน มิถนุ ายน 2547
ขอดีของระบบ Overfeed โดยทัว่ ไปอีวาโปเรเตอรขนาดใหญมกั จะตองการ
บทความดานลางนีจ้ ะกลาวเปรียบเทียบโดยสรุป แรงมาพั ดลมสูงกว าอีวาโปเรเตอร ขนาดเล็ ก แรงมาที่
ระหว า งระบบ Liquid Overfeed กั บ ระบบ Direct เพิ่ มขึ้ นทําใหระบบตองเพิ่ ม Capacity ในการทําความ
Expansion สําหรั บสารทําความเย็ นแอมโมเนี ย และ เย็นใหมากขึ้น ตัวอยางเชน ระบบ DX ขนาด 100 ตัน
R-22 (350 kW) อาจจะต อ งการอี ว าโปเรเตอร ที่ มี แรงม า
ระบบ Liquid Overfeed นิ ยมใช กั บสารทํา พัดลมรวม 45 hp (34 kW) ในขณะที่ระบบ Overfeed
ความเย็นแอมโมเนียมากกวา R-22 เหตุผลหนึ่ง คือ ตองการพื้นที่คอลยนอยกวาและใชแรงมาพัดลมรวม แค
ความแตกตางของอัตราการไหลที่ตางกันมากของสาร 30 hp (22 kW) (เพราะว าระบบ Overfeed มี การ
ทําความเย็นทั้ งสองชนิด ตัวอย างเชน ระบบทําความ ถายเทความรอนดี กวาระบบ DX) แรงมาพัดลมที่ เพิ่ ม
เย็นขนาด 100 ตัน (350 kW) ทีอ่ ณ ุ หภูมอิ วี าโปเร เตอร ขึ้นมา 15 hp (11 kW) ภายในหองเย็นสําหรับระบบ DX
o
-18 C ต อ งการอั ต ราการไหลของแอมโมเนี ยเหลว จะเท า กั บ การทํา ความเย็ น ประมาณ 3 ตั น ที่ เพิ่ ม
อิ่ มตั ว 16 kg/min (0.4 L/s) เปรี ย บเที ย บกั บ ขึ้ น มาอี ก ด ว ย ดั งนั้ น นอกเหนื อ จากต น ทุ น ทางด า น
ระบบ ที่ใช R-22 ตองการอัตราการไหล 96 kg/min อุปกรณ ซึ่ งก็คือ อี วาโปเรเตอรและขนาดของมอเตอร
(1.2 L/s) ดังนั้ นถาใชแอมโมเนียกับระบบ DX จะมี พั ด ลมที่ มี ข นาดใหญ ขึ้ น แล ว ต น ทุ น ในระหว า งการ
ป ญหาเกี่ ยวกั บการแบ งกระจายแอมโมเนี ยที่ มี อั ตรา ทํางานก็ เพิ่ มขึ้ น ด วย เนื่ อ งจากต อ งใช ขนาดมอเตอร
การไหลนอยมากของแตละ DX Cooling Units ซึง่ จะ ทําให พัดลมที่ใหญขึ้นนัน่ เอง
Orifice มี ขนาดเล็ กตามไปด วย ดั งนั้ นระบบ Liquid
Recirculation จึ งช วยแก ไขป ญหานี้ สํ า หรั บสาร
แอมโมเนียได ซึ่งทําไดโดยการเพิ่ มอั ตราการไหลของ ml , i Evaporator ml , e
สารทําความเย็น อยางไรก็ตามถึงแมวาจะไมคํานึงถึง mv , e
ชนิดของสารทําความเย็น ระบบ Liquid Overfeed ก็ยัง ml , i = liquid mass flow rate inlet
สามารถลดพลั งงานที่ ใช ใ นระบบโดยรวมได อ ย างมี
ml , e = liquid mass flow rate exit
นัยสําคัญ
mv , e = vapor mass flow rate exit
พิจารณาระบบทําความเย็น R-22 ขนาด
100 ตัน (350 kW) ที่มี Recirculation Rate 3:1 จะ ml ,e
Overfeed rate =
ตองใชปมขนาด 10 hp (7.5 kW) ที่อัตราการไหล mv ,e
0.4 L/s และ System Head 150 kPa (สําหรับระบบ
ml ,i
แอมโมเนียซึ่งตองการอัตราการไหล 1.2 L/s ใชปม Recirculation rate =
เพียงแค 3 hp (2.2kW) เทานั้น) ขนาดแรงมาของปม mv ,e
ที่ใหญกวาแสดงวาจะมี Operating Cost สูงกวา ถา Liquid ทีเ่ ขาอีวาโปเรเตอรระเหยกลายเปนไอ หมด
สมรรถนะของอีวาโปเรเตอรขึ้นอยูกับปจจัย 2 Overfeed Rate จะเท ากั บศู นย และ Recirculation Rate
อยาง คือ 1. ความแตกตางของอุณหภู มิระหวางสาร จะเท ากับหนึ่ ง คาของ Overfeed และ Recirculation Rate
ทําความเย็ นภายในคอล ยกั บอากาศ (หรื อของเหลว จะขึ้นอยูกับลักษณะของระบบ ดังแสดงในตารางที่ 1 และ 2
ชนิดอื่น) ที่อยูดานนอกคอลย และ 2. อัตราการถาย ตารางที่ 1 : Overfeed Rates
เทความรอน ในระบบ DX ความแตกตางของอุณหภูมิ
Evaporator Temperature Overfeed Rate
ในส ว นนี้ จะลดลง เนื่ องจากสารทํา ความเย็ น จะมี
Superheated และอั ตราการถ า ยเทความร อ นลดลง - 12oC ถึง 2oC 2:1
เนือ่ งจากสารทําความเย็นเดือดกลายเปนไอภายในคอลย - 23oC ถึง -12oC 3:1
มีผูผลิตอีวาโปเรเตอรบางรายไดแสดงขนาด Capacity - 37oC ถึง -23oC 4:1
-45oC ถึง -37oC (Blast Freezer) 6:1
ของคอลยที่ ใช กั บระบบ DX จะมี ค าลดลง 10-20%
-45oC (Plate Freezer) Up to 20 : 1

7
เมื่อเปรียบเทียบกับระบบ Overfeed
วารสารสมาคมเครื่ องทํ า ความเย็ นไทย
Keep Kool ฉบับที่ 12 เดือน มิถนุ ายน 2547
ตารางที่ 2 : Recirculation Rates เสนประ (System Curve) ในรูปที่ 2 แสดงถึง Total
Head ของระบบทําความเย็ นทั่ วไปที่ จ ะเพิ่ มขึ้ น เมื่ ออั ต รา
System Type Recirculation Rate
การไหลเพิ่มขึ้น เสนเขม (Pump Curve) ในรูปที่ 2 แสดงถึง
Ammonia (Top-Feed Evaporator) 6-7 อัตราการไหลของ Liquid ของปมเซนตริฟูกอลทั่วไป วาจะมี
Ammonia (Bottom-Feed Evaporator) 2-4 อั ต ราการไหลเท า ใดที่ ความต า นทานการไหลของระบบ
R-22-Upfeed 3 เฉพาะนั้ นๆ จุ ดตั ดของ Pump Curve และ System Curve
ชนิดของปมเซนตริฟูกอล คือจุดทํางานของระบบ ในทางอุดมคติจุดทํางานนี้จะตรงกัน
มีอยู 2 ชนิดคือแบบ Open และ Hermetic แบบ กั บอั ตราการไหลของสารทําความเย็ นที่ เหมาะสมกั บภาระ
Hermetic Centrifugal Pump สารทําความเย็นเหลวจะไหล ของกระบวนการ (Process Loads) และจุ ดทํางานของป ม
เวียนผานสวนทีเ่ กิดการหมุนของมอเตอรเพือ่ ไปหลอลืน่ แบริง่ อยู ในตําแหน งที่ มีประสิ ทธิ ภาพสู งที่ สุด หรื อใกล เคี ยงให ได
และระบายความรอนออก โดยจะมีผนังกั้นบางๆ ระหวาง มากที่สุด
Rotor กับ Stator Winding เนือ่ งจากแบริ่งตองอาศัยสารทํา ถ า ป ม ได ถู ก ออกแบบมาโดยเฉพาะเจาะจงสําหรั บ
ความเย็นในการหลอเย็น ดังนั้นปมแบบนี้ จึงไมสามารถ งานใดงานหนึ่งแลว ก็จะเปนการงายที่จุดทํางานนั้นจะอยูใน
ที่จะทํางานแบบ Dry Run ได ถาไมไดมีการกําหนดอัตรา ตําแหนงที่ มีประสิทธิภาพสู งสุด แต ในความเป นจริงแลวเรา
การไหลที่ น อ ยที่ สุ ด สํา หรั บ ป มเอาไว ความร อ นจาก จะไม สามารถคํานวณหา System Curve ได อ ย า งถู ก ต อ ง
มอเตอร อาจจะทําให สารทําความเย็ น ที่ อ ยู ภายในป ม แมนยํามากนัก และแมวา System Curve จะสามารถหาได
ระเหยกลายเปนไอ ซึ่งอาจจะทําใหปมทํางานแบบ Dry Run อย างถูกต องแล วก็ตาม ก็ ยั งมี ค าอั ตราการไหลที่ หมุนเวี ยน
ได อย า งไรก็ ตามถ ามี ก ารติ ด ตั้ งที่ ถู ก ต อ งแล ว ป ม ในระบบที่ สามารถเปลี่ ยนแปลงไปได สารทําความเย็ นที่
เซนตริฟูกอลแบบ Hermetic จะ ทํางานไดอยางไววางใจได ป อ นเข า อี วาโปเรเตอร จ ะสามารถกําหนด และปรั บแต งค า
และไมเกิดการรั่วซึม ให เ หมาะสมกั บ ภาระการทําความเย็ น โดยวาล ว ที่ ติ ด ตั้ ง
อยู ใ นตําแหน งก อ นเข า อี ว าโปเรเตอร ดั งแสดงในรู ป ที่ 1
การเลือกขนาดของปม เนื่ องจากเหตุผลของการปรับอัตราการไหลได หลากหลายนี้
ไม ว าจะตั ดสิ นใจเลื อกป มแบบ Hermetic หรื อ จึงทําใหจุดทํางานของระบบมีคาหลากหลายตามไปดวย
Open ขนาดของป มจะต องถู กเลื อกให เหมาะสม ถึ งแม ว า ในการออกแบบจะสามารถกําหนดอั ต รา
กับงานเฉพาะนั้นๆ ไดแก อัตราการไหลและ head ของ การไหลในระบบได อ ย า งแน น อน แต ก็ ไม ได ผลจริ ง ที่ จะ
ระบบ (ความหมายของ คําว า head จะกล าวโดยสรุ ป ออกแบบ ป มให เหมาะสมกั บงานติดตั้ งใหมๆ ในแต ละงาน
อยูในกรอบหัวขอเรื่อง “นิยาม คําวา head” ในฉบับหนา) แมวาจะมีการปรับความเร็วรอบของมอเตอร เพื่อปรับ เปลี่ยน
Pump Curve แต มั น ก็ มี ข อ จํากั ด อั น เนื่ อ งมาจากลั ก ษณะ
ทางกายภาพของใบพั ด ป ม และการใช อุ ป กรณ ค วบคุ ม
ความเร็วมอเตอรก็ยังยุงยากและมีราคาแพงอีกดวย
เพราะวาเราไมสามารถที่จะปรับลักษณะของ Pump
Curve ให เหมาะสมกั บระบบเฉพาะเจาะจงหนึ่ งๆ ได
จึ งเป นเรื่ องปกติ มากที่ ผู ออกแบบจะเลื อกจุ ดทํ า งาน
บนป มแบบความเร็ วรอบคงที่ ป มเหล านี้ จะมี ประสิ ทธิ ภาพ
การทํ า งานสู ง ตลอดช ว งการทํ า งานในทุ ก อั ต ราการไหล
ผู ออกแบบจึ งเลื อ กขนาดของป มให มี อั ตราการไหลภายใน
ระบบสู งสุ ดที่ Total Head มากที่ สุด ปริมาณการไหลส วน
เกินจากความตองการของภาระของกระบวนการจะถูก สงกลับ
Low- Pressure Receiver ผ านท อ Bypass ดั งนั้ น
รูปที่ 2: Total head increases with flow. จึ งเป นธรรมดาถ าป มที่ ถูกเลื อกมี ขนาดใหญ เกิ นไปปริ มาณ
การไหลกลั บผ านท อ Bypass ก็ คื อ การสู ญเสี ยของ
พลังงานนั่นเอง
8 วารสารสมาคมเครื่ องทํ า ความเย็ นไทย
Keep Kool ฉบับที่ 12 เดือน มิถนุ ายน 2547
(อานตอฉบับหนา)