You are on page 1of 13

เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม

หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง
(Fuel-fired Heating)

ชุดการจัดแสดงที่ 10
เตาใหความรอนของเหลวโดยเชือ้ เพลิง
(Fuel-fired Liquid Heaters)

1. หลักการของเทคโนโลยี

เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิงในกระบวนการทางความรอนในอุตสาหกรรมมีหลาย
ประเภทเชนหมอไอน้ํา (Steam Boiler) หมอน้ํารอน (Hot Water Boiler) หมอน้ํามันรอน (Thermal Oil
Boiler) โดยลักษณะการใชงานจะขึ้นอยูกับอุณหภูมิที่ตองการ สําหรับกระบวนการใหความรอนอุณหภูมิ
สูงโดยทั่วไปนิยมใชหมอไอน้ําและหมอน้ํามันรอน

หลักการทํางานของเตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง

หลักการทํางานของเตาใหความรอนของเหลวอาศัยการถายเทความรอนที่เกิดจากการเผาไหม
เชื้อเพลิงในหองเผาไหมแลวถายเทใหกับของเหลวทีไ่ หลอยูภายในทอขึ้นอยูกบั ประเภทของเตา และการ
ออกแบบหองเผาไหมที่ใชเชื้อเพลิงแตกตางกัน

โดยทั่วไปตัวกลางที่ใชในการสงถายความรอนมีหลายชนิดเชนน้ํารอน ไอน้ํา และน้ํามันรอน


แตละวิธีการของตัวกลางในการแลกเปลีย่ นความรอนจะใชประโยชนตางกัน น้ํารอน (Hot Water) จะใช
ในการใหความรอนทั่ว ๆ ไป กระบวนการผลิตที่มคี วามตองการใชความรอนในอุณหภูมิไมสูงมากนัก
(ไมเกิน 120 องศาเซลเซียส) ซึ่งอุณหภูมิดังกลาวอาจแตกตางไปบาง สําหรับน้ํามันที่เปนตัวกลางนํา
ความรอนที่ใชในกระบวนการผลิตจะใชอุณหภูมิสูง (สูงถึง 400 องศาเซลเซียส) และไมสามารถใชไอน้ํา
ได สวนใหญน้ํามันที่ใชพาความรอนจะเปนความรอนที่เกี่ยวของกับปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิตตาง
ๆ ที่ไมตอเนื่อง (Batch Process) สําหรับระบบใหญ ๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่จําเปนตองใชไอน้ํา โดยทั่ว ๆ
ไปการเลือกใชไอน้ําจะคํานึงถึงทั้งแนวทางในการปฏิบตั ิและจุดคุมทุนในเชิงเศรษฐศาสตร

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 1 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

ประเภทของเตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง

• หมอไอน้ํา (Steam Boiler) เปนที่นิยมใชงานบอย เพราะวาไอน้ํา เปนตัวนําความรอนที่ดีที่สุด


ถายเทไดเร็ว โดยทั่วไป แบงไดหลายแบบ เชน แบงตามการออกแบบ (4 Pass-dry back), (3
Pass- dry back), (3- Pass wet back), (2- Pass, reversing flame), Once Through boiler

หมอไอน้ํา

การแบงประเภทของหมอไอน้ําสามารถแบงตามความเหมาะสมของการนําไปใชงาน ได ดังนี้

1.แบงตามลักษณะการวางแนวแกนของเปลือกหมอไอน้ํา
2.แบงตามลักษณะการใชงาน
3.แบงตามตําแหนงเตา
4.แบงตามน้ําหรือกาซรอนที่อยูในทอ
5.หมอไอน้ําที่สรางขึ้นมาพิเศษ

การแบงประเภทของหมอไอน้ําที่เรารูจักและใชเรียกหมอไอน้ําประเภทตางๆ นั้น จัดวาเปนการ


แบงตามลักษณะการการถายเทความรอนไดแก
1. แบบทอไฟ (Fire tube boiler) เปนหมอน้ําที่มีไฟวิ่งไปตามทอ และถายเทความรอนใหกับน้ํา
ที่ลอมรอบทอไฟ
2. แบบทอน้ํา (Water tube boiler) เปนหมอน้ําที่มีไฟวิ่งอยูภายในหองเผาไหมภายนอกทอ และ
ถายเทความรอนใหกับน้ําทีอ่ ยูในทอ

• หมอน้ํารอน (Hot water boiler) จะใชงานชวงอุณหภูมิไมสูงมากนัก ไมเกิน 120 องศาเซลเซียส


ยกเวนวา เราจะใชงานภายใตความดัน (under pressure)

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 2 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

• หมอน้ํามันรอน (Thermal oil heater) จะใชงานที่อุณหภูมิสูงกวาหมอไอน้ํา โดยทั่วไปใชที่


อุณหภูมิประมาณ 220 - 300 องศาเซลเซียส มีบางโรงงานใชเกินกวานั้น จะตองออกแบบ
เครื่องแบบพิเศษใหสามารถรองรับได อาจใชไดถึง 350 องศาเซลเซียส

หมอน้ํามันรอน

การแบงประเภทของน้ํามันรอนจะแบงตามลักษณะโครงสรางคือ
o หมอน้ํามันรอนแบบตั้ง
o หมอน้ํามันรอนแบบนอน

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 3 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

สวนประกอบของระบบหมอน้ํามันรอน (Hot Oil Boiler)

ขนาดของหมอไอน้ํา หมอน้ํารอน และหมอน้ํามันรอน

แรงมาหมอไอน้ํา (Boiler Horsepower, BHP)

1 แรงมาหมอไอน้ํา คือ ความสามารถของหมอไอน้ําที่จะตมน้ํา 34.5 ปอนด จากอุณหภูมิ 212


o
F (100 oC) ใหกลายเปนไอน้ําที่อุณหภูมิเดียวกันความดันบรรยากาศไดหมดภายใน 1 ชั่วโมง

หมอน้ําขนาด1ตัน/ชั่วโมง คือความสามารถของหมอไอน้ําที่จะตมน้ํา 1,000 กิโลกรัมจาก


อุณหภูมิ 212 oF (100 oC) ใหกลายเปนไอน้ําที่อุณหภูมิเดียวกันความดันบรรยากาศไดหมดภายใน 1
ชั่วโมง

1 ตันหมอไอน้ํา = (1000×2.2)/34.5 = 63.9 แรงมา


1 แรงมาหมอไอน้ํา = 33,475 บีทียู/ชั่วโมง
1 แรงมาหมอไอน้ํา = 9.81 กิโลวัตต

1 แรงมาเครื่องยนต = 0.746 กิโลวัตต


1 แรงมาหมอไอน้ํา = 13.13 แรงมาเครื่องยนต

จากขอมูลขางตน

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 4 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

• หมอไอน้ําขนาด 10 ตัน/ชม. = 10,000/15.65


= 638.98 แรงมาหมอไอน้ํา
• หมอตมน้ํารอน ขนาด 2 MW = (2,000/9.81) x15.65
แสดงเปนไอน้ําเปรียบเทียบได = 3,190 kg/hr
• หมอน้ํามันรอน ขนาด 800,000 kCal = 800,000/860
= 930.23 kW (มาจาก 1 kW = 860.42 kCal)
= 232.44/9.81
= 94.82 แรงมาหมอไอน้ํา

ประสิทธิภาพของหมอน้ํามันรอน

ประสิทธิภาพของหมอน้ํามันรอน (η) = พลังงานความรอนในน้ํามันรอน


พลังงานที่สะสมในเชื้อเพลิง
= Mo x Cp x (Ts - Tr)
Mf x HV

เมื่อ η = ประสิทธิภาพ (%)


Mo = อัตราการไหลของน้ํามันรอน (kg/hr)
Mf = อัตราการใชเชื้อเพลิง (kg/hr)
Ts = อุณหภูมิจายของน้ํามันรอน (oC)
Tr = อุณหภูมิกลับของน้ํามันรอน (oC)
HV = คาความรอนของเชื้อเพลิง (kJ/kg)

ประสิทธิภาพของหมอไอน้ํา

ประสิทธิภาพของหมอไอน้ํา (η) = พลังงานความรอนในไอน้ํา


พลังงานที่สะสมในเชื้อเพลิง
= Ms x (Hs - Hw)
Mf x HV

เมื่อ η = ประสิทธิภาพ (%)


Ms = อัตราการใชไอน้ํา (kg/hr)
Mf = อัตราการใชเชื้อเพลิง (kg/hr)

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 5 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

Hs = เอนธาลปของไอน้ํา (kJ/kg)
Hw = เอนธาลปของน้ําปอน (kJ/kg)
HV = คาความรอนของเชื้อเพลิง (kJ/kg)

ประสิทธิภาพของหมอน้ํารอน

ประสิทธิภาพของหมอน้ํารอน (η) = พลังงานความรอนในน้ํามันรอน


พลังงานที่สะสมในเชื้อเพลิง
= Mw x Cp x (Ts - Tr)
Mf x HV

เมื่อ η = ประสิทธิภาพ (%)


Mw = อัตราการไหลของน้ํารอน (kg/hr)
Mf = อัตราการใชเชื้อเพลิง (kg/hr)
Ts = อุณหภูมิจายของน้ํามันรอน (oC)
Tr = อุณหภูมิกลับของน้ํามันรอน (oC)
HV = คาความรอนของเชื้อเพลิง (kJ/kg)

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 6 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

2. การประยุกตใชงานเทคโนโลยี

หมอไอน้ํา

ตัวอยางการใชงานของหมอไอน้ําในอุตสาหกรรม

1. อุตสาหกรรมอาหาร ใชความรอนจากไอน้ําอบแหงอาหาร อบอาหารใหสุก อบภาชนะบรรจุ


เพื่อฆาเชื้อโรคโดยตรง
2. อุตสาหกรรมสิ่งทอ อบผา ฟอกยอม และพิมพลายฟา ฯลฯ โดยออม
3. อุตสาหกรรมกระดาษ อบแหงกระดาษ
4. โรงพยาบาลใชไอน้ําฆาเชื้อโรค รีดผา ฯลฯ โดยตรงและโดยออม
5. อุตสาหกรรมธุรกิจโรงแรม ทําน้ําอุน ซักรีด โดยตรง
6. อุตสาหกรรมเซรามิค อบผลิตภัณฑ เซรามิค โดยตรง

หมอน้ํารอน

ตัวอยางการใชงานของหมอน้ํารอนในอุตสาหกรรม
1. Heater ใหความรอนกับน้ํา นําน้ํารอนไปลางคราบไขมัน
2. ใชน้ํารอนใหความรอนกับอางน้ําเพื่อทําน้ําอุนหรือตมน้ํา
3. ใชในงานรีดหรืออัดวัสดุตาง ๆ
4. ใชความรอนในอุโมงคขนสง
5. ใชใหความรอนกับเตาปฏิกรณ
6. ใชใหความรอนสําหรับตูอบ เชน อบผลไม อบไม และอื่น ๆ

หมอน้ํามันรอน

อยางไรก็ตามการใชหมอไอน้ําก็ยังมีขอจํากัดอยูหลายประการเมื่อเทียบกับการใชหมอน้ํามันรอน
ดังแสดงในกราฟ

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 7 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

กระบวนการทางความรอนที่ตองการอุณหภูมิสูง หากใชระบบไอน้ําในการใหความรอนจะตองใช
ความดันไอน้ําที่สูงมาก เชนถาตองการอุณหภูมิในการทําความรอนที่ 250 oC ตองผลิตไอน้ําทีค่ วามดัน
39 บาร ซึ่งความดันไอน้ําที่สูงจะนิยมและเหมาะกับการผลิตไฟฟามากกวานํามาใชในกระบวนการผลิตที่
ปริมาณความตองการไอน้ําไมสูงเทากับการผลิตไฟฟา ดังนั้นกรณีนี้การเลือกใชหมอน้ํามันรอนจึง
เหมาะสมกวา ประหยัดกวา และปลอดภัยกวา ซึ่งหากจะเปรียบเทียบแลวหมอไอน้ําจะมีขอดอยบาง
ประการเมื่อเทียบกับหมอน้ํามันรอนดังนี้

• ความดันใชงานสูงหากตองการอุณหภูมิสูงซึ่งมีอันตรายมากกวาหมอน้ํามันรอนซึ่งโดยทั่วไปจํา
ทํางานที่ความดันบรรยากาศหรือความดันต่ํา
• มีขอจํากัดและเงื่อนไขของการออกแบบและติดตั้งเนื่องจากหมอไอน้ําถือวาเปนภาชนะความดัน
สูงที่ตองออกแบบตามมาตรฐานที่กําหนด (Pressure Vessel Design Standard)
• ตองมีระบบปรับรุงคุณภาพน้ํากอนปอนเขาสูหมอไอน้ํา
• สิ้นเปลืองสารเคมีสําหรับการบําบัดน้ํา
• เกิดการสูญเสียพลังงานในรูปของไอน้ําควบแนน (Condensate)
• เกิดการกัดกรอน
• ตองการอุปกรณและชุดควบคุมมากกวาทําใหคาใชจายในการติดตั้งสูงกวา

ระบบหมอน้ํามันรอน (Thermal Oil) มีการใชงานอยางแพรหลายในอุตสาหกรรมในกระบวนการ


ใหความรอนชวงอุณหภูมิต่ําจนถึงอุณหภูมิปานกลางไดแก

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 8 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

• อุตสาหกรรมสิ่งทอ ไดแก Stenter Frames and Dryers


• อุตสาหกรรมน้ํามันปาลม ไดแก หอกลั่นน้ํามันปาลม เครื่องผลิตไอน้ํา
• อุตสาหกรรมเคมี ไดแก หอกลั่น เเตาแยกปฏิกิริยาเคมี เครื่องผลิตไอน้ํา
• อุสาหกรรมผลตเสนใยโพลีเอสเตอร – Polycondensation
• อุตสาหกรรมอาหาร – เตาแยกปฏิกิริยาเคมี Deep-fat Fryers เตาอบแหง
• อุตสาหกรรมไม – กระบวนการทําไม MDF การอบแหงไม

สําหรับระบบที่ใชของเหลวถายเทความรอน(Heat transfer oil) หมุนเวียนแบบปด ซึ่งตองการ


อุณหภูมิไมเกิน 320 oC น้ํามันแร (Mineral oil) จะไดรับความนิยมมาก เพราะนอกจากราคาถูก หางาย
แลว ยังมีคุณสมบัติดานการใชงานที่เหมาะสม คุณสมบัติโดยรวมคือ
• มีความหนืดต่าํ เพื่อถายเทความรอนไดดี
• มีดัชนีความหนืดสูง เพื่อใหสามารถถายเทความรอนไดอยางสม่ําเสมอตลอดชวง
อุณหภูมิใชงาน
• มีความคงตัวตอความรอนสูง ไมแตกตัวงาย
• มีความตานทานตอปฎิกริยาอ็อกซิเดชั่นดีเยี่ยม เพื่อใหมีอายุการใชงานยืนนาน
• ตองมีความดันไอต่ําในชวงอุณหภูมิใชงาน เพื่อลดการระเหยหาย

¾ ศักยภาพการประหยัดพลังงาน

มาตรการลดการใชงานระบบน้ํามันรอน แนวทางในการดําเนินมาตรการ มีดังนี้


• การปดอุปกรณใชไอน้ําหรือน้ํามันรอนในชวงเวลาที่ไมไดใชงาน
• การเลื่อนเวลาปดหมอไอน้ําหรือหมอน้ํามันรอนใหเร็วขึ้น ½ ชั่วโมง
• การเลือกเดินหมอไอน้ําหรือหมอน้ํามันรอนตัวที่มีประสิทธิภาพสูง

มาตรการปรับปริมาณอากาศสวนเกินของหมอน้ํามันรอน แนวทางในการดําเนินมาตรการ มีดังนี้


• ปรับปริมาณอากาศสวนเกิน (Excess Air) ที่ใชในการเผาไหม

มาตรการการบํารุงรักษา แนวทางในการดําเนินมาตรการ มีดังนี้


• การทําความสะอาดทอไฟของหมอไอน้ําหรือหมอน้ํามันรอน
• การซอมฉนวนความรอนทอไอน้ําหรือทอน้ํามันรอน

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 9 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพระบบไอน้ํา แนวทางในการดําเนินมาตรการ มีดังนี้


• การติดอุปกรณปรับความเร็วรอบมอเตอรของหมอน้ํามันรอน
• การอุนอากาศที่เขาเผาไหมของหมอน้ํามันรอน
• การหุมฉนวนทอในระบบสงจายน้ํามันรอน

¾ กลุมเปาหมายการประยุกตใชเทคโนโลยี

ผูออกแบบ ผูประกอบการที่มีการใชงานระบบใหความรอนแกของเหลว สถาบันการศึกษา และ


ประชาชนทัว่ ไป

¾ ผลกระทบตอสิ่งแวดลอม
การเผาไหมที่เกิดจากเตาเชือ้ เพลิงทําใหเกิดกาซคารบอนไดออกไซดและกาซอื่นๆ ซึ่งเปนกาซที่
กอใหเกิดภาวะเรือนกระจกสงผลใหอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น โดยเชื้อเพลิงแตละประเภทจะมีคาการ
ปลดปลอยคารบอนไดออกไซดแตกตางกันดังตารางตอไปนี้

คาการปลดปลอยกาซ
ประเภทเชื้อเพลิง คารบอนไดออกไซด
(ton CO2/TJ)
ของแข็ง
ถานหินแอนทราไซท (Anthracite) 98.27
ถานโคก (Coking Coal) 94.60
ถานหินบิทูมนิ ัส (Bituminus) 94.60
ลิกไนท (Lignite) 101.20
ของเหลว
กาซโซลีน (Gasoline) 69.30
เคโรซีน (Kerosene) 71.50
น้ํามันดีเซล (Diesel) 74.07
น้ํามันเรซิดวล (Residual Oil) 77.37
กาซปโตรลียมเหลว (LPG) 63.07
กาซ
กาซธรรมชาติ 56.10

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 10 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

ไมมีผลกระทบสิ่งแวดลอมในทางตรงกันขาม อาศัยหลักของการปองกันความรอนและเทคโนโลยี
ที่มีประสิทธิภาพมาชวยใหการออกแบบทําใหลดการใชพลังงาน

3. ตัวอยางขอมูลดานเทคนิคของ Thermal Oil Boiler ยี่หอ Thermax

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 11 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

4. กรณีศึกษา

กรณีศึกษานี้เปนการเปรียบเทียบคาใชจา ยในการดําเนินการสําหรับการใหความรอนใน
กระบวนการผลิตแตละประเภทโดยระบบหมอน้ํามันรอน หมอไอน้ําและระบบไฟฟา

ระบบน้ํามันรอน ระบบไฟฟา ระบบไอน้ํา


ความรอนที่ตอ งการใน
กระบวนการผลิต 1,000,000 kCal/hr 1,163 kWh 1,851 kg/hr
ความรอนที่ไดจากอุปกรณให
ความรอน 1,000,000 kCal/hr 1,163 kWh 1,851 kg/hr
แหลงพลังงาน น้ํามันเตา ไฟฟา น้ํามันเตา
คาความรอน 9,650 kCal/kg 860 kCal/kW 9,650 kCal/kg
ประสิทธิภาพเชิงความรอน 87% 100% 71%
ปริมาณการใชเชื้อเพลิง/ไฟฟา 119 kg/hr 1,163 kWh 155 kg/hr
คาเชื้อเพลิง/ไฟฟา 20 บาท/กิโลกรัม 3 บาท/หนวย 20 บาทตอกิโลกรัม
คาใชจายเชื้อเพลิงที่ 7,200
ชม./ป 17,136,000 25,120,800 22,320,000

จากตารางจะเปนวาประสิทธิภาพการใหความรอนจากไฟฟาจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด (100%) ก็
ตามแตเนื่องจากราคาพลังงานไฟฟามีตนทุนที่สูงจึงทําใหคาใชจายพลังงานสูงที่สุด และหากเปรียบเทียบ
กับหมอน้ํามันรอนแลวซึ่งมีประสิทธิภาพเฉลี่ยโดยทัว่ ไปสูงกวาหมอไอน้ํา เนื่องจากหมอน้ํามันรอนมีการ
สูญเสียในระบบนอยกวาเชนไมมีการสูญเสียจากการโบลวดาลว คอนเดนเสท และอื่นๆ ทําใหประหยัด
การใชพลังงานไดมากกวา

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 12 จาก 13


เอกสารเผยแพร ภาคอุตสาหกรรม
หมวดที่ 1 : การใหความรอนโดยเตาเชื้อเพลิง (Fuel-fired Heating)

แหลงขอมูลอางอิง

[1] http://www.e-pages.dk/aalborgindustries/7/3
[2] ขอมูลทางเทคนิคของ บ. Innoterm kft.; http://www.innoterm.hu/
[3]
http://www.regiomat.com/Regiomat_Homepage_English/pdf_english/Steam%20or%20Thermal%
20oil.pdf
[4] ขอมูลการเปรียบเทียบขอดี-ขอเสียของการใหความรอนดวยระบบไอน้ําและน้ํามันรอน;
http://www.boilertech.com.au/thermal_fluid_heater.php?PHPSESSID=74180724ec36a021888492
c2a5a1f70e

ชุดการจัดแสดงที่ 10 : เตาใหความรอนของเหลวโดยเชื้อเพลิง (Fuel-fired Liquid Heaters) หนา 13 จาก 13